fbpx

Face Mask ผลิตภัณฑ์จากการศึกษาเชิงรุก Global Skincare Trend

​ในภาวะที่หลายอุตสาหกรรมถดถอยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีบางอุตสาหกรรมที่กลับเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจซบ หนึ่งในนั้นคือธุรกิจบิวตี้ โดยเฉพาะ “แผ่นมาส์กหน้า” กูรูการตลาดชี้ ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักให้เบ่งบานคือ มลพิษตัวร้าย ความวุ่นวายของวิถีชีวิตใหม่ ความเครียด ทำให้แผ่นมาส์กกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นบำรุงผิว ทำให้จิตใจสงบ ในราคาที่สบายกระเป๋า เดอร์ม่า เมนเทอร์ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สกินแคร์น้องใหม่ในประเทศไทย ที่เล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด อันมาจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ถูกเปลี่ยนไปแล้วอย่างสมบูรณ์

Derma Mentor คือใคร

Derma Mentor จัดได้ว่าเป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี โดยฝั่งไทยนั้นเชี่ยวชาญทางการตลาด โดยเฉพาะการตลาด Digital Platform เป็นองค์กรเบื้องหลังทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการหรือ Transformation ให้เป็นดิจิทัลตามกระแสโลกในนามของบริษัท ThinkPlus Digital Co., Ltd ด้านพันธมิตรหลากหลาย ได้แก่ Viche Cosmetics, The Wellness Life Institute เป็นต้น ภายใต้กรอบความร่วมมือของ Jeju Technopark และ Jeju University แห่งเกาหลีใต้ ในการผลักดันธุรกิจสกินแคร์ในอาเซียน

​ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดยุคใหม่ปะทะยักษ์ใหญ่แห่งดินแดนความงามที่ได้รับการน้อมรับในระดับเวทีโลกถึงเทคโนโลยีด้านความงาม กำเนิดเป็นแบรนด์ Derma Mentor ที่นอกจากจะเป็น Personalized Digital Beauty Platform แล้ว ยังทำหน้าที่เป็น “คลังแห่งผลิตภัณฑ์ความงาม” โดยประเดิมที่ตัว Facial Mask Sheet ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นไม่เหมือนใครทั้งคุณสมบัติและนวัตกรรมของสารสกัด

ทำไมต้อง Face Mask Sheet

อย่างที่เกริ่นในบทนำแล้วว่า มลภาวะในปัจจุบันที่สิ่งแวดล้อมกำลังดำเนินการเอาคืนจากมวลมนุษยชาติ รวมถึงการเกิดขึ้นของโรคระบาดโควิด-19 ชีวิตในวิถีใหม่ที่ดิ้นรนกดดันผลักดันให้ตลาดสกินแคร์โดยเฉพาะแผ่นบำรุงผิวหรือ Facial Mask Sheet นั้น ได้กลายมาเป็นไอเท็มระดับต้นๆ ที่แวดวงความงามหันมาสนใจ เนื่องจากมาส์กช่วยกำจัดมลภาวะพิษ สิ่งสกปรกและน้ำมันซึ่งก่อตัวขึ้นบนผิวหน้า และยังทำหน้าที่โอบอุ้มสารบำรุงผิวไม่ให้ระเหยไปในอากาศเร็วเกินไปเหมือนการทาเซรั่มหรือครีมบนผิวหน้าตามปกติ จึงช่วยพาเอาสารสกัดให้ซึมลึกสู่ชั้นผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามการเติบโตแบบสวนกระแสของ Facial Mask Sheet นั้น เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตแบบมีเหตุมีผล เพราะยุคที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อน้อยลง แต่จะยอมจ่ายโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และไร้ความเสี่ยงต่อสุขอนามัย หรือเรียกว่า Value-Based Spending ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มาแรงโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต้องมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ มีคุณประโยชน์ต่อผิวพรรณไม่ว่าจะเป็น ความชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ บรรเทาความอักเสบ ต่อต้านริ้วรอย รักษาสิวและฝ้า เป็นต้น

เอเซียแปซิฟิกครองตลาด

​ผลการวิจัยของหน่วยงานการตลาดระดับสากลต่างได้รับผลลัพธ์เดียวกันว่า เอเซียแปซิฟิกครองตลาดโลก โดยประเทศที่บริโภคสูงสุดคือเกาหลีใต้และจีน อีกทั้งยังมีการเกิดขึ้นของนวัตกรรมใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศในภูมิภาคนี้มีความต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังมีพฤติกรรมปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อใช้ประสิทธิภาพจากสารสกัดได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นและเปล่งประกายความสดใส นอกจากนี้มาส์กชั้นดียังมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมีคุณสมบัติเช่นการยกกระชับผิวชั่วคราว กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต การขจัดสิ่งสกปรก โดยใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับวิถี New Normal

​สำหรับผู้คนในแวดวงความงามต่างรับรู้ว่า ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้านั้นไม่ได้มาเล่นๆ เพราะ Big Players ต่างคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสกัดสารบำรุงชั้นดีทางธรรมชาติให้เข้มข้นที่สุด นำมาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการวิจัยที่ลึกซึ้งถึงบุคลิกผิวว่าแต่ละบุคคลต่างมีผิวพรรณที่แตกต่างกันไป และสารสกัดใดที่เหมาะสมที่สุดกับผิวหน้าในแบบนั้นๆ

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ว่า แบรนด์ใหญ่ๆ ต่างมีแล็บเพื่อการวิจัยและทีมนักวิทยาศาสตร์ของตัวเอง เพื่อคิดค้นสูตรผสมและกรรมวิธีที่ใช้ให้ได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ภายใต้โจทย์แนวคิดที่ว่า การจัดสรรความงามเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย และผู้บริโภคฉลาดพอที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด โดยไม่หลงใหลไปกับการอ้างอิงจากคนอื่นเหมือนยุคที่ผ่านมา

Social Commerce และ Live Streaming

ไม่ใช่แค่พฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองเท่านั้น พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตามด้วย โดยซื้อจากที่ใดก็ได้ที่สามารถเข้าถึงได้เร็วที่สุด พฤติกรรมนี้จึงทำให้เกิด Business Model รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านช่องทาง Social Commerce และ Live Streaming มากขึ้น กลยุทธ์การขายในโมเดลนี้มีจีนเป็นหัวเรือใหญ่และเจ้าตลาด ส่งอิทธิพลข้ามมหาสมุทรไปยังฝั่งยุโรปและอเมริกาอีกด้วย

​เทรนด์การขายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเองก็ตาม ต่างพากันสร้างพลวัตรให้กับกลยุทธ์ธุรกิจที่สอดประสานไปในทุกช่องทาง ให้ก้าวเข้าไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มตัว ปฎิเสธไม่ได้ว่า การที่โลกหมุนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวส่งผลให้การช็อปปิ้งเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยคาดการณ์ว่าการช็อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะมีสัดส่วนถึง 50% ของการค้าปลีกในอนาคตอันใกล้นี้

The Future Harmonization Retail

เทรนด์ค้าปลีกในปี 2022 จะเป็นการผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน หมายถึงการนำ AI เทคโนโลยีชั้นสูง ซอฟต์แวร์รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อการใช้งานคลอบคลุม ภายใต้ระบบดิจิทัล

​หันมาดูอุตสาหกรรมความงาม แบรนด์ต่างๆ จะมุ่งเน้นสร้างช่องทางการขาย ของตัวเอง Direct to Customer (D2C) พยายามผ่านตัวกลางให้น้อยที่สุดแม้กระทั่ง มาร์เก็ตเพลสเองจะเป็นเพียงช่องทางหนึ่งซึ่งต้องมีเท่านั้น แต่แบรนด์ต่างๆ จะหันมา ขับเคลื่อนทั้งเว็บไซด์ของตัวเอง การใช้ Social Commerce หรือ Digital Platform ทั้ง Line , Instagram จนถึง Streaming

​แผ่นมาส์กหน้าก็เช่นกัน ที่ความก้าวหน้าส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขอนามัย ควบคู่กับผิวพรรณมากขึ้น การเติบโตของตลาดโดยรวมถูกขับเคลื่อนควบคู่ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้จ่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทที่ใช้แล้วทิ้งมีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว

​จากปัจจัยที่ประกอบกันข้างต้น ส่งผลให้แผ่นมาส์กยกระดับความหลากหลาย รองรับตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นโดยผ่านช่องทางดิจิทัลทุกช่องทาง

Derma Mentor ที่วาง Positioning เป็น Personalized Digital Beauty Platform ที่นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ผ่านเทคโนโลยีชั้นสูงจากเกาหลีใต้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลแล้วนั้น Derma Mentor จะทำหน้าที่ Leverage Digital Channels ทั้งหมด

พร้อมมุ่งมั่นที่จะ Educate ตลาดไทยให้เข้าใจถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามที่เหมาะสมกับตัวเองตามบุคลิกผิว เปลี่ยน Consumer ให้เป็น Prosumer และ Professional Entrepreneur รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนที่อยากเป็น Beauty Content Creator ได้เข้ามาร่วมงานกับ Derma Mentor ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา พร้อมคอร์สการเรียนการสอนทั้งในส่วนของ Facial Care/ Skincare Theory รวมทั้ง Digital Media แบบครบจบในที่เดียว