fbpx

เคล็ดลับการดูแลผิวด้วยตัวเองที่บ้าน

เมื่อคุณต้องการทำการดูแลตนเองที่บ้าน มันมีเคล็ดลับสกินแคร์และความงามมากมายให้ลอง และมีอีกมากเช่นกันที่คุณควรหลีกเลี่ยง นี่คือตัวอย่างทริคที่ทำได้บ้านได้ที่คุณควรลอง และทิปส์ออนไลน์ที่คุณควรเลี่ยง
 
เคล็ดลับการทำสกินแคร์ที่ควรลอง
 
ลองเคล็ดลับพวกนี้สิ เพื่อผิวที่สวยใสสุขภาพดี
 
● ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเมื่อใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมกรดไกลโคลิค น้ำร้อนนั้นจะขจัดน้ำมันธรรมชาติบนใบหน้าของคุณออกไป แม้มันอาจจะได้ผลดีกับการล้างสารเคมีที่ใช้ขัดผิว กรดไกลโคลิคก็อาจทำให้ผิวแห้งลงได้ ฉะนั้นการล้างด้วยน้ำเย็นขณะใช้คลีนเซอร์ไกลโคลิคจะช่วยหลีกเลี่ยงความแห้งซ้ำซ้อนได้ ควรใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมกรดไกลโคลิคแค่วันละครั้ง หรือไม่กี่ครั้งต่อหนึ่งสัปดาห์ถ้าหากผิวของคุณเริ่มแห้งกร้านขึ้นมา
 
● เก็บอายครีมไว้ในตู้เย็น นอกจากอายครีมเย็นๆ จะช่วยให้ผิวของคุณผ่อนคลายแล้ว อุณหภูมิที่ต่ำยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพยาวนานมากขึ้น อายครีมเย็นๆ จะช่วยลดความพองของผิวหนังใต้ตาได้อย่างมีคุณภาพ เมื่อคุณใช้อายครีมเสร็จแล้ว นำมันใส่กลับไปในตู้เย็นเพื่อป้องกันการผันผวนของอุณหภูมิ อย่างไรก็ตามต้องพึงระลึกไว้ว่าไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์จะทำงานได้ดีในอุณหภูมิเย็นๆ
 
● คุณสามารถใช้บอดี้ครีมบางชนิดเป็นครีมปรับสภาพเส้นผมแบบไม่ต้องล้างออกได้ด้วยนะ บอดี้ครีมบางอย่างมีส่วนผสมที่อ่อนโยนพอจะสามารถใช้เป็นครีมปรับสภาพเส้นผมแบบไม่ต้องล้างออกได้ จะช่วยให้ผมของคุณเรียบ นุ่ม ลื่นโดยที่ไม่ทิ้งรอยมันเอาไว้ เพียงแค่ใช้ครีมกับผมของคุณ จัดทรง ก็ออกจากบ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องล้างออกจนกว่าจะได้กลับมาอาบน้ำ
 
● ทำสครับริมฝีปากด้วยน้ำตาลและน้ำผึ้ง น้ำผึ้งนั้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและยังมีคุณสมบัติต่อต้านจุลชีพ และน้ำตาลสามารถใช้เป็นตัวขัดเพื่อขจัดผิวที่ตายแล้วและเศษฝุ่นออกไป การใช้ส่วนผสมนี้ร่วมกันจึงสามารถสร้างสครับริมฝีปากที่สมบูรณ์แบบที่บ้านได้
 
● วางแตงกวาไว้บนดวงตาของคุณเพื่อลดความแดง แตงกวานั้นมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบสูง ช่วยลดความแดงและความพองของผิวหนังใต้ตาได้ นอกจากนี้เพราะมีน้ำอยู่เยอะ จึงสามารถช่วยเติมความชื้นให้ผิวได้อีกด้วย
 
● วางถุงชาไว้บนดวงตาของคุณ (แต่ห้ามใช้เอิร์ลเกรย์นะ!) วางถุงชาที่เปียกและเย็นไว้บนดวงตาเพื่อลดอาการบวมของมัน คาเฟอีนในชาจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลง ซึ่งจะลดทั้งความบวมและความแดง นอกจากนี้ชายังมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ห้ามใช้ชาเอิร์ลเกรย์โดยเด็ดขาดเพราะมันมีสารที่อาจทำให้ผิวของคุณอ่อนไหวต่อแสงอาทิตย์ได้
 
● ใช้ว่านหางจระเข้กับแผลไหม้ ว่านหางจระเข้เป็นการรักษารอยแผลไหม้แดดและแผลไหม้อื่นๆ โดยธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม มันมีทั้งความเย็นและคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ คุณจะเก็บเจลว่านหางจระเข้จากใบของมันตรงๆ หรือซื้อเจลดังกล่าวจากร้านค้าก็ได้
เคล็ดลับการทำสกินแคร์ที่ควรหลีกเลี่ยง
 
นี่คือเคล็ดลับที่คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะมันอาจสร้างผลเสียต่อผิวมากกว่าผลดี
 
● ใช้เมล็ดกาแฟบดในการขัดผิว กาแฟบดนั้นสากเกินกว่าจะใช้เป็นสิ่งขัดผิวได้ นอกจากนี้มันยังทำให้เกิดสารระคายเคืองหรือแม้แต่รอยถลอกได้อีกด้วย แนะนำให้ใช้น้ำผึ้งและน้ำตาลเป็นสครับตามที่ระบุไว้ข้างบน บุคลิกผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี้ยงการใช้สิ่งของกายภาพขัดผิวหนังใบหน้า
 
● ใช้น้ำมะนาวเลม่อนบนผิว เพราะว่ามันมีวิตามิน C อยู่สูงมากๆ เลม่อนจึงมักถูกแนะนำในการใช้เป็นส่วมผสมที่ช่วยให้หน้ากระจ่างใสได้ที่บ้าน อย่างไรก็ตาม น้ำเลม่อนนั้นเป็นกรดสูงมากและอาจทำให้เกิดการไหม้ทางเคมีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณออกไปพบแสงอาทิตย์หลังจากใช้มัน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ตามคำแนะนำดีๆไปเลยดีกว่า
 
● โปรดระมัดระวังน้ำมันมะร้าว แม้มันจะมีเป็นส่วนผสมที่ได้รับความนิยม แต่น้ำมันมะพร้าวนั้นสามารถทำอุดตันรูขุมขนได้ ฉะนั้นจึงอาจทำให้เกิดสิวเสี้ยนและปัญหาอื่นๆตาม แนะนำให้ใช้น้ำมันผลอาร์แกนแทน อย่างไรก็ตามสารสกัดน้ำมันมะพร้าวนั้นมีกรดลอริกสูงและช่วยในการกำจัดสิวได้
 
สุดท้ายนี้
 
เคล็ดลับสำหรับทำที่บ้านบางอย่างก็ดีที่จะลอง แต่บางอย่างก็ทำให้ผิวของคุณย่ำแย่ลง ถ้าคุณมีปัญหาเฉพาะอย่างเช่น สิวเสี้ยนเรื้อรัง ผิวแห้งกร้าน หรือโรคผิวหนังอักเสบ คุณควรทำงานร่วมกับที่ปรึกษาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ทำให้อาการของตนเองแย่ลง